“จุดชมวิวสูงสุด 360 องศา สวรรค์ของคนล่าทะเลหมอกหนานุ่ม และทางถนนคดเคี้ยว ชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินที่สวยงามเงียบสงบในพิกัดเดียว”

ภูแผงท้า (Phu Phaeng Ma) ตั้งอยู่ภายในเขต อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า บริเวณรอยต่อระหว่างจังหวัดเพชรบูรณ์และพิษณุโลก ใกล้กับเส้นทางขึ้นภูทับเบิก โดยเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของฝั่งเพชรบูรณ์ เนื่องจากสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของแนวภูเขาสลับซับซ้อน ถนนคดเคี้ยวบนไหล่เขา และทะเลหมอกขนาดใหญ่ได้แบบกว้างไกลสุดสายตา บริเวณนี้อยู่บนแนวสันเขาสูงของเทือกเขาเพชรบูรณ์ อากาศจึงเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาวและฤดูหนาวที่มักเกิดทะเลหมอกหนาแน่นในช่วงเช้า จนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสายถ่ายภาพที่เดินทางมาเยือนภูทับเบิกและภูหินร่องกล้า

ชื่อ “ภูแผงม้า” เป็นชื่อที่ชาวบ้านในพื้นที่ใช้เรียกกันมาเป็นเวลานาน โดยมีการอธิบายว่าลักษณะของแนวภูเขาและสันเขาเมื่อมองจากระยะไกลมีลักษณะคล้ายแผงคอม้า จึงกลายเป็นที่มาของชื่อสถานที่แห่งนี้ แม้จะไม่ได้เป็นจุดท่องเที่ยวที่มีสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่หรือสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก แต่กลับได้รับความนิยมจากนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติในบรรยากาศที่เงียบสงบมากกว่าจุดชมวิวหลักของภูทับเบิก ความโดดเด่นของภูแผงม้าอยู่ที่มุมมองแบบเปิดโล่ง สามารถชมวิวได้เกือบ 360 องศา และในวันที่อากาศเปิดจะมองเห็นแนวภูเขาของหลายพื้นที่ในภาคเหนือตอนล่างได้อย่างชัดเจน

เส้นทางขึ้นสู่จุดชมวิวจะเริ่มจากบริเวณลานจอดรถด้านล่าง ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าต่อไปตามทางดินและทางลาดชันระยะประมาณ 300–400 เมตร ก่อนจะถึงจุดชมวิวด้านบน แม้ระยะทางจะไม่ไกลมาก แต่ในช่วงฤดูฝนหรือวันที่มีหมอกจัด เส้นทางอาจลื่นและมีโคลน จึงควรใช้รองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี ระหว่างทางจะได้สัมผัสกับป่าภูเขา อากาศเย็น และลมแรงตามธรรมชาติของพื้นที่สูง เมื่อเดินถึงด้านบนจะพบลานชมวิวและจุดถ่ายภาพที่เปิดมุมมองไปยังหมู่บ้านภูทับเบิก แนวถนนหมายเลข 2331 ที่คดเคี้ยวผ่านภูเขา และผืนป่าขนาดใหญ่ของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ซึ่งในช่วงเช้ามืดจะมีภาพของทะเลหมอกลอยตัวอยู่ตามหุบเขาอย่างสวยงาม

ช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนมกราคม ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพอากาศเย็นและมีโอกาสเกิดทะเลหมอกสูง โดยเฉพาะหลังฝนตกในช่วงกลางคืน เช้าวันถัดมามักเกิดหมอกหนาปกคลุมทั่วหุบเขา นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเดินทางมาตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเพื่อรอชมแสงแรกของวันเหนือทะเลหมอก เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มส่องผ่านชั้นเมฆ จะเกิดภาพของภูเขาที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นท่ามกลางหมอกสีขาวหนานุ่ม สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและสวยงามแตกต่างจากจุดชมวิวทั่วไป นอกจากนี้ ในบางช่วงของฤดูหนาวอุณหภูมิบนยอดภูอาจลดต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส ทำให้สามารถสัมผัสอากาศหนาวเย็นได้อย่างเต็มที่

แม้ภูแผงม้าจะไม่มีร้านค้า ร้านอาหาร หรือสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่บนยอดเขา แต่เสน่ห์ของสถานที่แห่งนี้อยู่ที่ความเป็นธรรมชาติและความสงบ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักแวะเที่ยวร่วมกับภูทับเบิก ผาชูธง ลานหินปุ่ม และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นภายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ทำให้ภูแผงม้ากลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบูรณ์ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการชมวิวภูเขา ทะเลหมอก และการเดินทางท่ามกลางธรรมชาติของภาคเหนือและภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย


Come arrivare
  • จากตัวเมืองเพชรบูรณ์ ใช้เส้นทางไปอำเภอหล่มเก่า แล้วเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2331 (เส้นทางขึ้นภูทับเบิก) ขับตามเส้นทางลาดชันขึ้นไปจนเกือบถึงด่านเก็บเงินอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ทางเข้าภูแผงม้าจะอยู่ก่อนถึงด่านอุทยานฯ เล็กน้อย (มีป้ายบอกทาง) ทางขึ้นช่วงสุดท้ายเป็นทางดินและหินค่อนข้างชัน แนะนำให้ใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือจอดรถไว้ด้านล่างแล้วเดินขึ้นไป

Viaggi
  • ควรมาถึงก่อนเวลา 05.30 น. เพื่อจับจุดชมทะเลหมอกช่วงสวยที่สุด
  • ช่วงเดือนตุลาคม–มกราคม มีโอกาสเห็นทะเลหมอกมากที่สุด
  • หลังฝนตกตอนกลางคืน เช้ามักเกิดหมอกหนาสวยเป็นพิเศษ
  • ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางทุกครั้ง

ค่าเช้าชม:

  • ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 40 บาท, เด็ก 20 บาท

  • ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 200 บาท, เด็ก 100 บาท

  • ค่าธรรมเนียมยานพาหนะ (รถยนต์): 30 บาท

เวลาเปิดปิดทำการ:

  • เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00 น. – 18.00 น. (หรือตามเวลาเปิด-ปิดของอุทยานแห่งชาติ)

ภูแผงม้า

Condividi

ต.บ้านเนิน, อ.หล่มเก่า, เพชรบูรณ์, 67129 Map

Elenca 0 recensione |

Aperto ora : 5.00 - 18.00

Mon5.00 - 18.00
Tue5.00 - 18.00
Wed5.00 - 18.00
Thu5.00 - 18.00
Fri5.00 - 18.00
Sat5.00 - 18.00
Sun5.00 - 18.00

1242

Gestisci i tuoi viaggi

Delete

Tutte le recensioni

(Elenca 0 recensione)

Luoghi vicini

Phu Thap Boek Phu Thap Boek

(Elenca 0 recensione)

Distanza 1.81 chilometro