“ตื่นตากับ เสาดินและหน้าผาดิน รูปทรงคล้ายดอกเห็ดหรือเจดีย์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เดินศึกษาเส้นทางธรณีวิทยาในบรรยากาศกึ่งทะเลทราย และสัมผัสตำนาน เมืองผี ที่เล่าขานถึงขุมทรัพย์และความลี้ลับของพื้นที่แห่งนี้”
วนอุทยานแพะเมืองผี (Phae Mueang Phi Forest Park) มีพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ คำว่า “แพะ” เป็นภาษาพื้นเมืองหมายถึงป่าละเมาะหรือป่าที่มีต้นไม้เตี้ยๆ ส่วนคำว่า “เมืองผี” สื่อถึงความเงียบเหงา วังเวง และบรรยากาศเร้นลับของพื้นที่ ซึ่งในอดีตแทบไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศที่แปลกตา จึงทำให้เกิดความรู้สึกลี้ลับน่าเกรงขาม สถานที่แห่งนี้ได้รับการประกาศเป็น วนอุทยานเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2524
การเกิดทางธรณีวิทยา
แพะเมืองผีเกิดจากการทับถมของดิน หิน และหินทรายเป็นชั้นๆ ก่อนถูกน้ำฝนและลมกัดเซาะ (Erosion) ต่อเนื่องยาวนานหลายพันปี ชั้นดินที่แข็งแรงกว่าจะคงอยู่เป็นส่วนยอดหรือหมวกหิน (Cap) ขณะที่ชั้นดินที่อ่อนนุ่มถูกกัดเซาะออกไป จนเกิดเป็นเสาดินและหน้าผาดินรูปร่างหลากหลาย เช่น ดอกเห็ด เจดีย์ หรือปราสาทดิน ลักษณะโดยรวมคล้ายภูมิประเทศกึ่งทะเลทราย และได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งใน แกรนด์แคนยอนเมืองไทย
ตำนานพื้นบ้านเมืองผี
มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ในสมัยโบราณยายแก่คนหนึ่งได้เข้าป่าเพื่อหาผักและหน่อไม้เป็นอาหาร แต่เกิดพลัดหลงเข้ามาในบริเวณแพะเมืองผี และพบ หลุมเงินหลุมทอง ยายแก่จึงนำเงินทองใส่หาบจนเต็ม ตั้งใจจะหาบกลับบ้าน แต่ไม่สามารถเดินออกจากป่าได้ ราวกับมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเทวดาเจ้าถิ่นไม่ยอมให้นำทรัพย์สินออกไป ยิ่งพยายามเดินไปข้างหน้าก็ยิ่งเหมือนถอยหลัง สุดท้ายจึงจำใจวางหาบเงินหาบทองไว้และรีบไปบอกชาวบ้าน
เมื่อชาวบ้านพากันเข้ามาดู ปรากฏว่าเงินทองทั้งหมดได้หายไป เหลือเพียง รอยเท้า ที่ทอดไปถึงเสาดินและสิ้นสุดลงตรงนั้นโดยไม่มีรอยเดินต่อไปใดๆ ชาวบ้านจึงเชื่อว่าพื้นที่แห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์และลี้ลับ และเรียกขานกันว่า “แพะเมืองผี” ตำนานนี้ยังคงเล่าขานสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน
เส้นทางเดินชมธรรมชาติ
ภายในวนอุทยานมีการจัดทำเส้นทางเดินอย่างเป็นระเบียบและปลอดภัย เชื่อมต่อระหว่างจุดชมวิวด้านบนซึ่งสามารถมองเห็นภาพรวมของแพะเมืองผีทั้งหมด และเส้นทางด้านล่างสำหรับชมเสาดินและหน้าผาดินอย่างใกล้ชิด เหมาะสำหรับการศึกษาทางธรณีวิทยา การเรียนรู้ธรรมชาติ และการถ่ายภาพ
Come arrivare
- รถยนต์ส่วนตัว: จากตัวเมืองแพร่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 101 (แพร่–น่าน) ข้ามสะพานแม่น้ำยม ขับต่อไปประมาณ 4 กิโลเมตร จะพบทางแยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1134 จากนั้นขับตามป้ายบอกทางอีกประมาณ 6 กิโลเมตร
Viaggi
-
ช่วงเวลาที่แนะนำ: ช่วงเช้า (07:00–09:00 น.) หรือช่วงเย็น (ตั้งแต่ 16:00 น.) อากาศไม่ร้อนจัด
-
สิ่งที่ควรเตรียม: หมวก ร่ม แว่นกันแดด และน้ำดื่ม เนื่องจากพื้นที่โล่งและมีร่มเงาน้อย
-
การถ่ายภาพ: แสงเช้าและเย็นช่วยขับลวดลายชั้นดินและสีส้มอิฐของเสาดินให้ดูโดดเด่นและมีมิติ
-
ข้อควรระวัง: ควรเดินตามเส้นทางที่จัดไว้ ไม่ปีนป่ายเสาดินเพื่อป้องกันอันตรายและการกัดเซาะเพิ่มเติม
ค่าเข้าชม:
- เข้าชมฟรี (ไม่มีค่าธรรมเนียมเข้าวนอุทยานสำหรับคนไทย แต่อาจมีค่าจอดรถเล็กน้อย)
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดทุกวัน 08:30 – 16:30 น.